ช่วงนี้ก็เป็นช่วงหลังรับปริญญา คาดว่ามหาวิทยาลัยปิดหลายๆแห่งในกรุงเทพคงจะรับปริญญากันเสร็จไปหมดแล้ว

ช่วงเวลาของการรับปริญญาคือความสุขของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะโบยบินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ไปสู่ชีวิตของการทำงานการมีครอบครัว วันรับปริญญาของทุกมหาวิทยาลัยจึงมีดอกไม้ของขวัญต่างๆมากมายมาขาย มีรับถ่ายรูป รับแต่งหน้าเรียกได้ว่าเงินจากกระเป๋าบัณฑิตและพ่อแม่บัณฑิตได้หมุนไปหาคนทำอาชีพส่วนนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยหน้าเมื่อมีประเพณีการ "บูมแล้วให้ตังค์"เงินส่วนนี้ส่วนมากจะถูกนำไปผลาญต่อในอีก "ประเพณี" ร้อยแปดที่จะสรรสร้างขึ้นมาในหมู่ "ปัญญาชน"

..


ในสมัยหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาต้องแยกตัวออกมาจากคณะรัฐศาสตร์เนื่องด้วยความนิยมในสาขาวิชา ในปัจจุบันสิ่งนั้นเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือถึงจะมีใครบอกว่าเลือดใหม่ของคณะนี้กำลังจะมาก็เถอะ

สิ่งแวดล้อมรอบกายบอกเราในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันบนผืนโลกว่าโลกนี้เป็นโลกแห่งธุรกิจและการแข่งขันที่มีเงินเป็นที่ตั้งเมื่อสิ่งแวดล้อมสอนเราแบบนี้ เราจึงต้องเลือกอยู่ฝั่งที่ปลอดภัยกว่านั่นคือ ทำเงินให้เยอะเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคตจึงเป็นผลพวงมาถึงคณะที่นักเรียนม.6 เลือกตอนเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยสาขาวิชาที่ทำเงินได้ดีจะมีคะแนนสูงกว่าสาขาที่สามารถทำเงินได้ต่ำกว่าคณะสังคมวิทยาฯ เป็นคณะหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ึคิดว่า"เรียนไปแล้วจะเอาไปทำห่าอะไร" ความนิยมก็ลดต่ำลงไปอย่างเข้าใจได้ในขณะที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรใหม่ๆผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดจนผมไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเด็กคณะรัฐศาสตร์ไม่ค่อยชอบคณะผม

อีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนกำลังจะตายไปกับสิ่งแวดล้อมรอบกายในยุคนี้ก็คือ คำว่าอุดมการณ์ที่กลายเป็นเพียงคำสวยหรูที่นำมาแบ่งชั้นวรรณะและเป็นข้ออ้างเพื่อแสดงความชอบธรรมสำหรับการกระทำบางอย่างในเมื่อสิ่งที่นิสิตนักศึกษาร่ำเรียนมันก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น

"เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤๅจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤๅ"

ถ้าหากนี่เป็นคำถาม เหตุผลที่กล่าวมานั้น เพียงพอสำหรับที่จะตอบว่า ใช่

เมื่อสมัยผมอยู่ปีหนึ่ง ผมเจอลุงคนหนึ่งบนรถเมล์แกเข้ามาถามเรื่องโทรศัพท์มือถือ ลูกแกซื้อให้แล้วแกใช้ไม่เป็นมันเป็นมือถือโนเกียรุ่นประมาณ 3310 ผมอธิบายวิธีใช้ให้แกไปคร่าวๆจากนั้นเราสองคนก็นั่งรถต่อกันไปด้วยความเงียบ สักพัก.. แกเอ่ยปากถามผมว่า"หนู.. เรียนอยู่ที่ไหน" ผมตอบไปว่าธรรมศาสตร์ แล้วแกก็ถามคณะถามว่าเรียนยากไหม และคำถามก็มาสุดอยู่ที่ "รู้เรื่องหกตุลาไหม"ผมหันไปหาแก แกบอกว่า "สมัยนี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้กันแล้วนะ"ผมบอกแกไปว่า "ผมรู้ครับ"

..

 

ก่อนเราจะจากกัน แกจับบ่าผมแล้วพูดสองสามคำ

..

 

จวบจนวันนี้ ผมยังรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกผมได้พบและพูดคุยกับอดีตสหายคนหนึ่งวันนี้เขากลายเป็นลุงแก่ๆที่ใช้มือถือไม่เป็นเมื่อก่อนเขาคงจับปืนถนัดมือทีเดียว

สองสามคำที่เขาพูดกับผมวันนั้น "ช่วยคนจนด้วยนะหนู"

..

 

ผมเพิ่งมาเข้าใจความหมายหลังวันนั้นเกือบหนึ่งปี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ความหมายที่ว่าคืออะไรคะ อยากรู้จริงๆ
ทำไม "ช่วยคนจนด้วยนะหนู" จึงสะกิดใจคุณดาวแดงล่ะ?
.
.
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็แอบรู้สึกปลื้มไปกับคุณดาวแดงด้วยค่ะbig smile

#1 By ArchmaniaC on 2008-08-28 08:36

ผมกลับชอบแฮะ ทุนนิยมน่ะ... เพราะผมถูกสอนมาว่า ให้ทานคนจนเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่จำเป็นต้องจนตามคนจน
ดีอย่างก็เสียอย่าง...
จะดีหรือจะเสียนั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจอยู่ในมือใคร

ลึกๆก็ชอบความเป็น"สีแดง"นะ
แต่กลัวเหตุการณ์จตุรัสเทียนอันเหมินsad smile
(รู้สึกไม่ค่อยเกี่ยวกัน?)
นั่นคือตัวอย่างของอำนาจในมือ..

เพราะงั้นไม่ว่าจะระบอบไหน
ถ้ารู้จัก"พอเพียง" แล้วอยูขอบเขต "ศีลธรรม"
อาจพลิกแต้มขึ้นก็ได้ ใครจะรู้big smile

#3 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-28 17:23

เห็นด้วยนะคะ ปัจจุบันโลกค่ะ อุดมการณ์เป็นเรื่องเต่าล้านปีไปแล้ว ศตวรรษที่เราเกิดมาสอนให้แย่งชิง คนมากขึ้น เทคโนโลยีสูงขึ้น เป็นแรงดันให้เรายิ่งแก่งแย่งชิงดี

#4 By G@TJ@N ^ ^ on 2008-08-28 20:15