กลัว
posted on 02 Jul 2008 21:24 by dieweltตั้งแต่กลับมาจากอเมริกา ผมพยายามเข้าเวบฟ้าเดียวกัน
...เข้าไม่ได้ครับ พอเข้าไปจะเจอหน้าเวบที่โดนบล๊อกโดย.. คุณก็รู้ว่าใคร(สงสัยจะเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์)
ต้องเข้าผ่านเวบพรอกซี่แทน
...
คนบ้านนี้เมืองนี้นี่ชอบคิดย้อนยุค..
ชอบกลัว..
กลัวทีขี้หดตดหายเลยนะ(เหมือนตอนกลัว"คอม"ช่วงหลัง14ตุลา โดยที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร)
ที่แย่สิ้นดีคือ ชาวบ้านเขาไม่ได้คิดขึ้นมาเอง ความคิดฝังหัว ระเบียบพิธีกรรมอะไรต่างๆนาๆ
"พวกมัน" ทั้งที่มีผลประโยชน์ด้วยและทั้งบริสุทธิ์ใจคอยปกป้องลัทธินี้อย่างเอาเป็น เอาตาย โดยเฉพาะพวกที่ทำตัวสถุลย์ บอกจะไปฆ่าโชติศักดิ์ จะไปเยี่ยวรดศพแม่คนนู้นคนนี้ พวกนี้ดีแต่ปาก ซ้ำร้ายจะทำให้คนที่เขาไม่ชอบ สมเพชเวทนาและเกลียดชังมากขึ้นอีก กลายเป็น love it or hate it ประมาณนั้น(คุณอยู่ฝ่ายไหน? อ๊ะ ไม่ต้องตอบก็ได้)
ใครคลุกคลีกับวงการวิชาการฮาร์ดคอร์เคร่งเครียด หนักหัวมา คงรู้จัก สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ทั้งในเว็บ ฟ้าเดียวกัน ประชาไท อ.สมศักดิ์ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริงในการแสดงความคิดเห็น
คนที่บล็อกเว็บ ไม่เห็นเคยใช้ชื่อจริง นามสกุลจริงมั่งเลย มีแต่ในนาม.. กระทรวง.. เขาใช่ชื่อจริง นามสกุลจริง ตัวเองไปปิดเวบดื้อๆ ไม่บอกกล่าว
ยุคแห่งความมืดบอดทางปัญญาในยุโรปจบไปเป็นพันปีแล้ว
..
ไทยล้าหลังกว่ายุโรปเป็นพันปีเลยหรือ
..
เหมือนจะจบ.. แต่ยังไม่จบ
ช่วงนี้เพิ่งเปิดเทอมมาได้สักพัก สอนพิเศษภาษาไทยนักเรียนสตรีวิทย์ 3 ไป
ถามเขาไปว่า "ทำไมต้องตัดผมถึงติ่งหูด้วย?"
เขาตอบว่า "ตอนแรกโรงเรียนให้แล้วนะ แต่มีอาจารย์คนหนึ่งไปค้าน บอกว่าเด็กโง่ขึ้นถ้าไว้ผมยาว"(พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด)
นะจังงัง.. ใช้ขี้เลื่อยส่วนไหนในกะโหลกคิด..(พาลคิดไปถึงว่า ถ้าไม่ใสุ่ชุดนักศึกษาไปฟังบรรยายจะโง่ขึ้นด้วยไหม)
.. ถ้าบอกว่าเพราะเมืองไทยร้อน ยาวแล้วสกปรกยังพอฟังได้ระดับหนึ่ง(แต่ก็ยังงี่เง่าอยู่ดี)
(สงสัยคนพูดอย่างนี้กลัวติดเหา)
...
มีคนบอกว่าเข้ามหาลัยคือเป็นปัญญาชน
หยุดก่อน! นี่ไม่ใช่พูดถึงเรื่องชุดนักศึกษาว่าโป๊ ไม่โป๊ ล่ออาจารย์หรือไม่นะครับ
แค่สงสัยว่า.. โดนทั้งพ่อแม่ ทั้งครูด่ามาสิบแปดปีแล้ว(และโดนทหารด่า กรณีเรียนรด.) เข้ามหาลัยยังจะมาโดนไอ้พวกที่เรียกตัวเองว่า"รุ่นพี่"ด่าอีกหรือ(ประมาณว่า พ่อแม่ ครู สอนกูมาไม่พอสินะ)
(เ้รื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ณ มหาลัยแห่้งหนึ่งในกรุงเทพ)
..นอกห้องเชียร์..
รุ่นพี่ : น้องคะ วันนี้อย่าลืมเข้าห้องเชียร์ด้วยนะคะ
..ในห้องเชียร์..
รุ่นพี่่(คนเดิม) : ยิ้มหาพระแสงอะไร ใครเป็นพี่คุณ เขารับคุณเป็นน้องแล้วหรือ
..นอกห้องเชียร์(อีกรอบ)..
รุ่นพี่(คนเดิมอีกแหละ) : พี่ขอโทษจริงๆ(หน้าตาบริสุทธิ์ใจมาก) พี่ไม่อยากทำหรอกนะ แต่มันเป็นประเพณี
อ๊ะๆ ประเพณี
นั่นแน่.. คำยอดฮิตของ ประเทศไทย
ขอโทษอย่างนั้น เท่ากับสำนึกผิดใช่ไหม? ถ้าสำนึกผิดแสดงว่า รู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นผิด และหากรู้ว่าสิ่งที่ทำไปผิด ทำไมยังทำ
อ้าง ประเพณี.. ความจริง คุณไม่ทำตามก็ได้ ถ้าประเพณีมันอัปรีย์
โอ้ ปัญญาชน ปัญญาเจ้ามี แล้วทำไมไม่จักใช้
..
แต่ก็อย่างว่าแหละ คนบ้านนี้เมืองนี้ ขี้กลัว
(กลัวรุ่นพี่และผองเพื่อนไม่ยอมรับ ก็เลยยอมเป็นทาสไปเยี่ยงนั้น)
..
แถมท้ายด้วยนี่..
หลายคนคงเคยขึ้นรถไฟฟ้า(ไม่ใช่คันสีส้มจอดริมเสาไฟนะ)
เรื่องนี้โคตรฮาเลยนะ จะบอกว่า.. เมืองไทยมีตั๋วเดือนรถไฟฟ้า.. ที่นับเป็นเที่ยวหวะ
ซื้อตั๋วเดือน = นั่งได้ 30 เที่ยว.. ใช้อะไรคิด
ปล. ตอนแรกจะใช้หัวข้อว่า "เรื่องเหี้ยๆ" แล้ว
.. แต่ผมก็กลัวบล็อกมาสเตอร์เหมือนกัน
.
.
หรือประเพณีรับน้อง เข้าห้องเชียร์ ที่มัน"ส่งทอด"แบบไม่ได้"สืบทอด" เจตนารมณ์ที่แท้จริงในการสร้างสัมพันธ์ภาพในรุ่นจนถึงระหว่างรุ่น สร้างความภาคภูมิใจในสถาบัน สร้างความภาคภูมิใจในสาขาที่เลือกเรียน ส่งผลถึงการกระทำที่ส่งเสริมด้านวิชาการ ไปจนถึงการสร้างชื่อ รัก และร่วมดูแลสถาบัน
.
.
แต่ตอนนี้ส่งต่อสารกันผิดๆ จนบิดเบี้ยว กลายเป็นประเพณีปัญญาอ่อน ต้องเชื่อรุ่นพี่ กลัวรุ่นพี่ รักรุ่นพี่ จนไม่เป็นอันเรียน รักชอบพอกันแค่ในกลุ่มเล็กๆ บางกลุ่ม (ที่นำพาไปแต่ทางมืดๆ).....
.
.
seniority ดีค่ะ ถ้ามีเหตุผล .. อุปนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่น่ารัก สร้างความน่าเอ็นดูเสมอ
.
.
แต่ผู้ใหญ่ต้องไม่งี่เง่า และแฟรงค์พอที่จะยอมรับในข้อด้อย ความผิดพลาดของตนเอง และฟังในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าจะมาจากผู้อาวุโสน้อยกว่าด้วย ...แน่นอน ... เด็กกว่า ก็ใช่ว่าจะต้องยอมในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องด้วยนะ
#1 By ArchmaniaC on 2008-07-03 08:27