หมายเหตุ
1. เอนทรี่นี้เกี่ยวกับประวัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว และบางส่วนไม่
2. ที่อ้างอิงมาจากอ.ชาญวิทย์ ไม่ได้อ่านมา แต่ฟังเอาตอนอ.มาบรรยายครับ

เปิดด้วยนี่ก่อนเลย

เพลงพระราชนิพนธ์ ยูงทอง ครับ

   แหล่งศึกษาร่มเย็นเด่นริมสายชล
เราทุกคนรักดุจหัวใจ
ปลูกยูงทองไว้เคียงโดมมุ่งประโลมโน้มใจรัก
ธรรมจักรนบบูชาเทิดไว้

   เหลืองแดงแสงธรรมศาสตร์วิไล
ปกแผ่ไปในทุกทาง
สัญลักษณ์ดีเด่นเห็นกระจ่าง
อย่าจืดจางรักร่วมทางกันไป

** ทรงธรรมปานดังตราชูเด่น
ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้
พิทักษ์รักษาเชิดชูไว้
อบอุ่นใจไปทุกกาล

   พระธรรมสถิตย์ร่วมจิตสมาน
ปฏิญาณรักสามัคคี
รักยูงทองงามเด่นเหนือนที
ส่งศักดิ์ศรีไว้ให้ยิ่งยืนนาน

**

 

ความเป็นมาของธรรมศาสตร์

เจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์ก่อตั้งขึ้นมาโดยเจตนารมณ์ของผู้ประศาสน์การ ปรีดี พนมยงค์ เพื่อให้เป็น"บ่อน้ำ"รักษาความกระหาย(ทางการศึกษา ตามหลักหกประการของคณะราษฏร - สังเกต หน้าต่างของตึกโดมตรงยอดโดมมีหกบาน)ของราษฏร พูดง่ายๆว่าเป็น มหาวิทยาลัยของประชาชน เพื่อให้ความรู้กับประชาชนเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

**เกร็ดเล็กน้อย - ธนาคารเอเชียเคยเป็นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นความตั้งใจของผู้ประศาสน์การที่จะให้มีกองทุนของมหาวิทยาลัย และให้นักศึกษาภาควิชาการบัญชีฝึกงาน แต่ทำไปทำมาธนาคารถูกทหารยึดไปในที่สุด(รศ.วิทยา ด่านธำรงกุล, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.)

***ปัจจุบัน คำกล่าว "มหาวิทยาลัยเปรียบประดุจบ่อน้ำ รักษาความกระหายของราษฏร" ถูกนำไปติดบนฉลากน้ำดื่มโดมขวดละ 5 บาท ขายในธรรมศาสตร์ และกระจายออกไปตามมหาวิทยาลัยอื่นด้วย

 

การเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยและยุคสายลม แสงแดด

ยุคสายลมและแสงแดด(ตามอ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)

ยุคสายลมและแสงแดด เป็นยุคหลังจากตลาดวิชา(ธรรมศาสตร์เคยเป็นมหาวิทยาลัยเปิด)หมดไป และถูกตัดคำว่า "วิชา" และ "และการเมือง" ออกไปโดยคณะรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ.2490 จากแต่เดิมชื่อ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง(โปรดอย่าลืมคำว่า วิชา) หรือ University of Moral Science and Politics หรือ Académie des Sciences Morales et Politiques(มาจากสถาบันชื่อเดียวกันของฝรั่งเศส) เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat University นัยยะตรงนี้พอสังเกตเห็นความเป็น "ความหมาย" และความเป็น "ชื่อ" ของคำว่า "ธรรมศาสตร์" ไหมครับ?

ชื่อแรก ธรรมศาสตร์ เป็นความตั้งใจของผู้ประศาสน์การ(ปรีดี พนมยงค์) ที่"หาทางหยั่งรากประชาธิปไตยของไทยลงไปที่พุทธศาสนา ดังมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ที่ท่านสถาปนาขึ้นนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการนำเอาธรรมะมาประยุกต์ใช้ให้นักศึกษามีความเข้มแข็งทางจริยธรรม และนำเอาธรรมะมาเป็นศาสตราที่แหลมคมในการขจัดอธรรม เพื่อรับใช้การเมือง ให้การปกครองเป็นไปในครรลองคลองธรรม"(ส.ศิวรักษ์, ฟ้าเดียวกัน 5 : 4) ชื่อนี้จึงมีนิยาม

ในขณะที่ชื่อที่สอง ธรรมศาสตร์กลายเป็นอนิยาม เป็นแค่ชื่อที่อ่านว่า ทำ-มะ-สาด เฉยๆ มิได้มีความหมายไปมากกว่า มหาวิทยาลัยที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีตึกโดม มีสนามฟุตบอล

ยุคสายลมและแสงแดดนี้ เป็นยุคที่สำนึกทางสังคม การเมืองของมธ.ดับไป งานสโมสรต่างๆผุดขึ้นมา ความอยากเลียนแบบจุฬา(ที่เป็น royal academy) เกิดขึ้น กระทั่งมีนศ.ไปทูลขอเพลงพระราชนิพนธ์มาเป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย(จนออกมาเป็น ยูงทอง ด้านบน)

อ.ชาญวิทย์(ศิษย์เก่าสิงห์แดงยุคสายลม แสงแดด) กล่าวตอนที่มาบรรยายให้ผมฟังว่า เมื่อตอนสมัยอยู่ธรรมศาสตร์ ไปเดินชมนกชมไม้แถวๆท่าช้าง คุยกับเพื่อน มหาวิทยาลัยของเราก่อตั้งขึ้นตอนไหน เพราะอะไร ใครก่อตั้ง..

ไม่รู้!!

 

เพลงพระราชนิพนธ์ ยูงทอง

บทเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ได้รับพระราชทานตามที่นักศึกษาธรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่งร้องขอเมื่อปี พ.ศ.2504 จนเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี พ.ศ.2506

**เกร็ดเล็กน้อย - หลังจากนี้เองที่ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเปลี่ยนไปเป็นหางนกยูงฝรั่งหรือยูงทอง ตามเพลงพระราชนิพนธ์ จากเดิมเป็น ชงโค(หลังจากจำปีอีกทีหนึ่ง)

ก่อนหน้านั้น เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอีกเพลงหนึ่ง เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ความสำคัญเริ่มลบเลือนหายไปตามกาลเวลา ดังในเวบของม.ธรรมศาสตร์เองก็ไม่ปรากฏเพลงนี้อยู่ในรายชื่อเพลงมหาวิทยาลัย

http://www.tu.ac.th/intro/about/symbol/songtu.html

เพลงนั้นคือ เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ทำนองมอญดูดาว)

   สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ สำนักไหนหมายชูประเทศชาติ
ด้วยอำนาจปกครองให้ผ่องเฟื่องเอย
  
เราเป็นไทย เรารักไทย บูชาไทย
ไม่ยอมให้ใครผู้ใดมาล้างเสรีไทย
  
 สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง สำนักนั้นธรรมศาสตร์และการเมือง
ก่อรุ่งเรืองสมบูรณ์เขตประเทศไทยเอย
  
ธรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ การเมือง
ไทยจะเฟื่อง จะรุ่งเรืองก็เพราะการเมืองดี
  
เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต
แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้เอย
  
เหลืองกับแดง เหลืองกับแดง เหลืองกับแดง
ทุก ๆ แห่ง  ทุก ๆ แห่ง แต่ล้วนเหลืองกับแดง
  
ชื่อว่าธรรมแล้วเราเทิดให้สมไทย ทุกอย่างไปงานหรือเล่นต้องเป็นธรรมมา...
ใครรักชาติ ใครรักธรรม เหมือนกับเรา
จงมาเข้า และโปรดเอาใจช่วยเหลืองกับแดง

 

เพลงนี้บ่งบอกจุดยืนของธรรมศาสตร์อย่างเหนียวแน่น และแฝงไปด้วยเนื้อหาทางชาตินิยม(ซึ่งจะไม่กล่าวถึงในวันนี้)

 

การกลับมาของธรรมศาสตร์ - ยุคฉันจึงมาหาความหมาย(ตามอ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)

ชื่อยุคนี้มาจาก เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน โดย วิทยากร เชียงกูล

ดอกหาง นกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
คนเดินผ่าน ไปมากัน
เขาด้นดั้น หาสิ่งใด

ปัญญา มีขาย ที่นี่หรือ
จะแย่งซื้อ ได้ที่ไหน
อย่างที่โก้ หรูหรา ราคาเท่าใด
จะให้พ่อ ขายนา มาแลกเอา

ฉันมา ฉันเห็น ฉันแพ้
ยินแต่ เสียงด่า ว่าโง่เง่า
เพลงที่นี่ ไม่หวาน เหมือนบ้านเรา
ใครไม่เข้า ถึงพอ เขาเยาะเย้ย

นี่จะให้ อะไร กันบ้างไหม
มหาวิทยาลัย ใหญ่โตเหวย
แม้นท่าน มิอาจให้ อะไรเลย
วานนิ่งเฉย อย่าบ่น อย่าโวยวาย

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว


มืดจริงหนอ สถาบัน อันกว้างขวาง
ปล่อยฉัน อ้างว้าง ขับเคี่ยว
เดินหา ซื้อปัญญา จนหน้าเซียว
เทียวมา เทียวไป ไม่รู้วัน

ดอกหาง นกยูง สีแดงฉาน
บานอยู่เต็ม ฟากสวรรค์
เกินพอ ให้เจ้า แบ่งปัน
จงเก็บกัน อย่าเดิน ผ่านเลยไป

หากทราบประวัติของเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จะรู้ว่า การคัดค้านสามเผด็จการ ถนอม-ประภาส-ณรงค์ และเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เริ่มจากลานโพธิ์ในมธ. จากนั้นคนจำนวนมากขึ้นแล้วต้องเคลื่อนขบวนจากถนนพระอาทิตย์ออกสู่ราชดำเนิน จนเหตุการณ์บานปลายในที่สุด

นั่นหมายถึงอะไร?

นั่นหมายถึง ส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษาธรรมศาสตร์กลับมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากหายไปร่วมสิบปี เพื่อไปงานสโมสร สังสรรค์ โดยมิได้ใส่ใจถึงผู้ยากไร้

ก่อนที่จะหายไปอีกครั้ง..

ในที่วันที่ 6 ตุลาคม 2519

 

การกลับไปของธรรมศาสตร์(ยุคหลังหกตุลา)

หลังการล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 6 ตุลาคม 2519(ดูภาพของเหตุการณ์ได้จากวีซีดี "รุ่งอรุณแห่งการสังหาร 6 ตุลา 2519" หาซื้อได้ที่ท่าพระจันทร์ แผ่นละ 20 บาท) ขบวนการนักศึกษาก็เริ่มอ่อนกำลังลง จนกระทั่ง"เสร็จ"ฝ่ายขวาในที่สุด

หลังจากนั้นประเทศไทยกลับสู่วังวนของเผด็จการอีกครั้ง และฝ่ายขวาเป็นผู้กุมชัยชนะตราบจนปัจจุบัน

 

กลับมาสู่เจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

ย้อนกลับไปวันที่ 27 มิถุนายน 2477 ทำไมนายปรีดี พนมยงค์จึงก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง?

เพื่อให้ความรู้กับประชาชน

ประชาชนทั่วไปบนท้องถนน

มหาวิทยาลัยนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชน

ต่างจากจุฬาครับ(ใครที่คิดว่าผมกำลังด่าจุฬาอยู่.. ไม่ใช่นะครับ อย่าคิดตื้นขนาดนั้น)

..

ตราบจนปัจจุบัน นิสิตจุฬาส่วนใหญ่ เชิดชูตราพระเกี้ยว มากกว่า "เกียรติภูมิแห่งจุฬาคือการรับใช้ประชาชน" อ่านประวัติของจุฬา ที่ไม่มีสามัญชน

**เกร็ดเล็กน้อย - ด้านบนตึกโดมมีรายนามของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติที่จบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในนั้นคือ ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์.. ชื่อทั้งหมดถูกสลักบนแผ่นกระจก

ธรรมศาสตร์ก็เหมือนกัน เราภูมิใจที่มีเพลงพระราชทาน สีเหลืองที่ควรจะเป็น "ธรรมประจำจิต" กลายเป็นสีของพระเจ้าแผ่นดิน "แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้" กลายเป็นสโลแกนของการบริจาคเลือดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล(ไม่ได้ against การบริจาคเลือดนะครับ)

ตอนนี้ธรรมศาสตร์ยังเป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนอยู่หรือ?

เป็นสิ 

เพราะยังมีอาจารย์ที่คอยออกมา"บ่น"อยู่ตลอดกับเรื่องไม่เป็นธรรม โดยที่นักศึกษานิ่ง ไม่แม้แต่จะฟัง

 

 

 

ยังมีต่อ..

(แต่ขอถามหน่อยครับว่าอยากอ่านไหม เพราะต่อไปจะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเขียน เป็น นัยยะของเพลง ยูงทอง ด้านบน และสรุปโดยเชื่อมโยงประเด็นเข้าหากันโดยตัวเชื่อมที่ไม่ควรเอ่ยถึง ทั้งหมดเขียนเสร็จแล้ว ยาวพอตัวอยู่ แต่กำลังคิดอยู่ว่าควรจะลงหรือไม่)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากอ่านน่ะ

#1 By Mika on 2008-03-04 22:26

อยากอ่านที่ยังมีต่ออ่ะคะ
ลงค่ะลง อยากอ่านๆ
ไม่ได้เข้ามาทักนานเลยคุณดาวแดง
.
.
น่าสนใจน่าสนใจ.....รออ่านต่อไปbig smile

#3 By ArchmaniaC on 2008-03-05 00:20

อยากเข้ามากครับ.....
....และกำลังพยายามอยู่
"เหลืองของเราคือธรรมประจำจิต
แดงของเราคือโลหิตอุทิศให้"
"ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน"
............รักมากมายbig smile

#4 By ตะเกียง on 2008-03-05 10:47

มาลงเรื่อย ๆ นะครับ

อยากอ่านครับ
ควรลงเป็นอย่างมากคร๊า คอนเฟิร์มbig smile question

#6 By kirmkan (202.129.59.146) on 2008-03-05 12:02

^-^ ผมเข้าไปโหลด e-book ของธรรมศาสตร์บ่อยๆ
แม้จะไม่ได้เป็นศิษย์สำนักนี้ แต่ก็ชื่นชมครับ
เขียนสิครับ ถึงไม่มีคนอ่านก็เขียนไว้ ให้มันปรากฎขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ คนไม่อยากอ่านเขาอาจเบือนหน้าหนี แต่ต้องมีคนอ่านแน่นอนครับ

#8 By Penz on 2008-03-05 19:09

ขอบคุณครับ
อีกไม่เกินสองวันจะมาลงครับ
ขอไปทบทวนเรื่องภาษาก่อน big smile

#9 By -redstar- on 2008-03-05 21:23

ถ้าไม่แอบดูคอมเม้น คงคิดว่าพี่จะไม่เอามาลงซะแล้วนะคะ
รออ่าน อยากอ่านอย่างแรง
นัยยะของเพลงยูงทอง...เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ ก็ตามแต่จะเห็นสมควรนะครับ ^^

#11 By on 2008-03-08 20:48

โอ้ คุณหมอช่างรู้ใจผมจริงๆ confused smile

#12 By -redstar- on 2008-03-08 21:26