กระต่ายน้อย

posted on 27 Feb 2008 20:26 by diewelt

ช่วงที่ไม่ได้อัพเดตบล๊อกนี่ไปทำงาน ซื้อของ ฯลฯ มาครับ จะบินไปอเมริกาวันที่ 14 มีนานี้แล้ว

 

 

เมื่อประมาณสามทุ่มของวันจันทร์ที่ผ่านมาไปรับกระต่ายตัวหนึ่งมาเลี้ยงดูครับ เจ้าเปี๊ยกนี่อาการแย่แล้ว หมอบอกว่าคงอยู่ได้ไม่พ้นคืนนั้น

ถามคนที่เลี้ยงมาก่อนบอกว่า ซื้อมาจากสนามหลวง 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พอกลับมาบ้านมันก็นิ่ง ไม่เดิน ไม่กินอาหาร ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น พอมาวันจันทร์ก็ท้องเสียเหม็นหึ่ง ต้องพาไปหาหมอตั้งแต่เช้า หมอให้ยาฆ่าเชื้อกับแก้ท้องเสีย แล้วถึงพากลับมาบ้าน

อืม อาการก็ดีขึ้น ไม่ถ่ายแล้ว แต่ยังซึมอยู่ จนมาตอนเย็นประมาณทุ่มนึงต้องพาออกไปหาหมออีกเพราะเจ้าเปี๊ยกหายใจหอบ ทำปากพะงาบๆ ตัวสั่น ดูแล้วอาการหนักมาก

พอไปหาหมอ เจ้าเปี๊ยกก็เกือบจะไปแล้ว แต่หมอยื้อไว้ด้วยการบีบหัวใจ ก็เหมือนกับการปั๊มหัวใจคนแหละครับ จากนั้นหมอก็ฉีดยากันชัก เพราะว่ามันชักอยู่ตลอด ให้กินกลูโคส เนื่องจากสาเหตุของการชักเกิดจากการขาดกลูโคสในกระแสเลือด พูดง่ายๆว่าไม่มีอะไรจะไปทำให้เกิดพลังงานครับ ให้น้ำเกลือทางใต้ผิวหนังเนื่องจากมันผอมมากให้ทางเส้นเลือดไม่ได้ เอาออกซิเจนมาให้ดม เพราะดูที่หอบแล้วทำปากพะงาบๆคือหายใจลำบาก น่าจะเป็นโรคปอดด้วย แล้วบอกว่าที่ไม่ถ่ายนั่นเป็นเพราะมันอาจจะไม่มีอะไรอยู่ในท้องให้ออกมาแล้ว สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโรคอะไรสักอย่างมาจากที่ร้าน แต่ที่มันไม่แสดงอาการออกมาเพราะว่ามันอยู่กับฝูง พอจับแยกออกมาก็เกิดความเครียด อาการจึงแสดงออกมาให้เห็น จากนั้นพอสามทุ่มหมอก็บอกว่ากลับเถอะ เพราะว่าออกซิเจนเปิดได้ถึงตอนนี้แหละ

จึงพาเจ้าเปี๊ยกกลับบ้าน

แล้วก็เจอผม

เจ้าของกระต่ายช่วยจนสุดฝีมือแล้วครับ ดูแลทุกอย่าง เจ้าเปี๊ยกต้องซึ้งใจมากแน่ๆ ค่ารักษาพยาบาลก็ยังแพงหูฉี่อีกต่างหาก

อาการเจ้าเปี๊ยกในขณะเจอผมแย่มากแล้วครับ ดีขึ้นกว่าตอนที่ก่อนไปหาหมอ แต่โดยรวมก็นับว่าแย่เอาการอยู่ เจ้าของบอกว่าไม่อยากเห็นมันตาย ผมเลยเอากลับมาบ้านด้วยครับ ตั้งใจว่าถ้าทำให้หายได้แล้วจะเอาไปคืน เพราะที่บ้านผมก็มีเลี้ยงกระต่ายไว้อยู่แล้วสองตัว วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน

พอกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณสี่ทุ่ม ก็จัดแจงป้อนกลูโคสให้ ป้อนไปเรื่อยๆ พอถึงเที่ยงคืน อาการเจ้าเปียกก็ดูดีขึ้นจนคิดว่าหายแล้ว เพราะเริ่มสะบัดหัวและพยายามจะเกาะหลอดฉีดยาที่ใช้ป้อนกลูโคส(ดูเหมือนจะชอบกิน) และยังเตะๆมือผมเวลาจะไปจับอีกแหนะ แต่ตัวก็ยังนอนขวางอยู่ท่าเดิมนั่นแหละครับ เหมือนกับยังไม่มีแรงพอจะลุกขึ้นมา

ผมอยู่ดูมันแทบทั้งคืน พอประมาณหกโมงเช้า ผมให้กลูโคสอีกครั้ง เป็นรอบสุดท้ายของเจ้าเปี๊ยกแล้ว หลังจากนั้นสักพัก เจ้านี่ก็นอนนิ่งไป บีบหัวใจมันก็ไม่มาแล้ว อีกประมาณสองชั่วโมงแม่บ้านก็เอาไปฝัง ตามนโยบายของเจ้าของ

 

อืม ถึงตอนนี้ผมยังคิดถึงเจ้าเปี๊ยกนี่อยู่เลย

เจ้าของเจ้าเปี๊ยกดูแลมันสุดๆจริงๆ โดยไม่คิดว่าซื้อใหม่ได้ตัวใหม่อีกเกือบสิบตัวจากค่ารักษามัน

ไม่คิดแม้แต่จะเปรียบเทียบชีวิตน้อยๆกับเงินตราที่สามารถเอาไปซื้อรองเท้า ชุดใหม่ ได้อีกหลายตัว

เป็นเรื่องที่ผมประทับใจมาก

 

สรุปค่ารักษาพยาบาลเจ้าเปี๊ยก

ค่าออกซิเจน 80 บาท

ค่ากลูโคสขวดละ 250 บาท

ยาฆ่าเชื้อกับแก้ท้องเสียสองชุด 400 บาท

ยาที่ฉีดแก้ชัก 100 บาท

น้ำเกลือ 100 บาท

รวมทั้งสิ้น เช้า-เย็น ที่เจ้าของพามันไปรักษาเป็นเงิน 930 บาท

ราคาเจ้าเปี๊ยก 130 บาท

 

คุณวารินทร์(นีท)

เธอไม่คิดว่าเจ้าเปี๊ยกราคาเท่าไหร่ แต่เธอคิดว่ามันเป็นชีวิต ชีวิตหนึ่ง

ขอความชื่นชมให้เธอหน่อยครับ

เพราะมนุษย์(บางคน)ไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมไม่รู้จะเขียน comment อย่างไรให้ดีสมกับความน่าประทับใจของ entry นี้ (ความตายของกระต่ายน้อยเป็นเรื่องเศร้า - แต่การช่วยชีวิตเพื่อนร่วมโลกอย่างเต็มกำลังเป็นเรื่องน่าประทับใจ) เอาเป็นประโยคสั้นๆว่า...

ผมประทับใจ entry นี้ครับ
Hot! Hot! Hot!

#1 By Art VS. Ying on 2008-02-27 20:40

ซาบซึ้งมากๆครับ...

ชีวิตที่เกิดมาไม่ใช่สิ่งของ เราเป็นผู้ดูแล ก็ต้องรับผิดชอบ ขอนับถือในความรับผิดชอบของพี่มากๆครับ Hot!

#2 By on 2008-02-27 22:00

ขอให้เปี๊ยกมีความสุขค่ะbig smile

#3 By ArchmaniaC on 2008-02-27 22:39

ขอให้เจ้าเปี๊ยกไปสู้สุขคติค่ะbig smile

#4 By nanak on 2008-02-28 16:36