Puff, the Magic Dragon

posted on 13 Feb 2008 23:11 by diewelt

เครียดไปซะทุกวันเลยครับ วันนี้ลองมาพูดถึงเรื่องเพลงบ้างดีกว่า

Puff, the Magic Dragon โดย Peter, Paul & Mary คงจะเคยได้ยินกันทุกคนนะครับ

และนี่คือเนื้อเพลง

Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Little jackie paper loved that rascal puff,
And brought him strings and sealing wax and other fancy stuff. oh

** Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee,
Puff, the magic dragon lived by the sea
And frolicked in the autumn mist in a land called honah lee.

Together they would travel on a boat with billowed sail
Jackie kept a lookout perched on puffs gigantic tail,
Noble kings and princes would bow whenever they came,
Pirate ships would lower their flag when puff roared out his name. oh!

**

A dragon lives forever but not so little boys
Painted wings and giant rings make way for other toys.
One grey night it happened, jackie paper came no more
And puff that mighty dragon, he ceased his fearless roar.

His head was bent in sorrow, green scales fell like rain,
Puff no longer went to play along the cherry lane.
Without his life-long friend, puff could not be brave,
So puff that mighty dragon sadly slipped into his cave. oh!

**

เคยถามป๋า(พ่อผม)เกี่ยวกับเพลงนี้

ป๋าบอกว่า ในสมัยตอนที่เพลงนี้ดังใหม่ๆ เด็กในอเมริกาดูดกัญชากันใหญ่เลย(สมัยนั้นฮิปปี้ครองเมือง) ทั้งเพลงนี้ยังโดนแบนในสิงคโปร์และฮ่องกงเนื่องจากเขาคิดว่ามีข้อความเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่ในเพลง เพราะดันมีคนเอาเพลงมาตีความว่า Puff เป็นเสียงสูบยา ส่วนโฮนา ลีเป็นชื่อพ้องกับชื่อของฮานาไล ในฮาวายที่ปลูกกัญชากันมาก

เป็นการตีความหมายเพลงได้แย่มากเลยครับ เนื่องจากข้อมูลเรื่องกัญชาที่อยู่ในเพลงมีน้อยมาก สาระสำคัญจึงไม่ควรจะเป็นกัญชาอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ผู้แต่งออกมาบอกเองว่าไม่เกี่ยวเลย 

ความจริงแล้วเพลงนี้คนที่แต่งเนื้อเพลงไม่ใช่ปีเตอร์ พอล แมรี่ แต่เป็นนายคนนี้ครับ เลโอนาร์ด ลิปตัน(Leonard Lipton) แต่งเป็นกลอนก่อน หลังจากนั้นปีเตอร์ ยาโรว(Peter Yarrow) จึงนำไปแปลงเป็นเนื้อเพลงอีกทีหนึ่ง โดยที่ได้รับอิทธิพลมาจากกลอน Custard the Dragon ของโอ๊กเดน นาช(Ogden Nash)

ลิปตันพยายามจะให้เจ้ามังกรพัฟเป็นตัวแทนของความเป็นเด็ก กล่าวคือแจ๊คกี้ เปเปอร์ไปเล่นกับพัฟทุกๆวันเมื่อตอนที่เขาเป็นเด็ก แต่เมื่อโตขึ้น jackie paper came no more แจ๊คกี้ไม่มาเล่นกับเขาอีกแล้ว มังกรในที่นี้แทนถึง"แฟนตาซี"ในความคิดของเด็ก ที่เมื่อโตขึ้นสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้รับความสำคัญอีกต่อไป แจ๊คกี้เป็นตัวแทนของเด็กที่สูญเสียจินตนาการ คนแต่งหมายความอย่างนั้น แต่คนทั่วไปดันไปตีความว่าเป็นกัญชาซะฉิบ!

ดูแหล่งอ้างอิงได้ที่นี่เลยครับ

ทีนี้

ผมคิดว่าเพลงนี้ยังอาจหมายถึงอะไรอย่างอื่นได้มากกว่านั้นครับ

 

 

เวลา

ช่วงเวลาที่เพลงนี้ปรากฏต่อสาธารณชนเป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังจะรุกเวียดนามอย่างเต็มรูปแบบ ความตั้งใจของการแต่งเพลงมิได้เพื่อพูดถึงสงครามเวียดนาม แต่เพลงนี้กับสงครามก็ยังมีความลงตัวกันอย่างประหลาด

มังกร

ความเป็นมังกรของพัฟสื่อได้สองอย่าง อย่างแรกคือพัฟเป็นตัวแทนของ"ความเป็นตะวันออก"ของเวียดนาม มังกรพัฟ lived by the sea นั่นหมายถึงแผ่นดินเวียดนามนี้อยู่ติดทะเล ส่วนอย่างหลังคือ เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในสงครามเวียดนาม(ซึ่งจีไอตั้งชื่อเล่นให้มันว่าพัฟซะด้วย!) ชื่อเล่นของสงครามเวียดนามอย่างหนึ่งคือ Helicopter War เนื่องจากสหรัฐใช้และเสียเฮลิคอปเตอร์จากการนี้ไปเป็นจำนวนมาก

เด็กชาย

เป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาที่ไปรุกรานประเทศอื่น เหมือนกับเด็กที่ไม่ยอมโต(เพราะประเทศทางยุโรปหยุดทำอย่างนี้ไปแล้ว) แจ๊คกี้ brought him strings and sealing wax and other fancy stuff ในที่นี้ sealing wax คงจะเป็น ระเบิดนาปาล์มที่ใช่ในเวียดนาม other fancy stuff นั้นแจ๊คกี้นำอาวุธไปให้เวียดนามใต้(ซึ่งเป็นฝ่ายอเมริกา) เพราะอย่าลืมมังกรตีความได้ถึงเวียดนามได้เช่นกัน

พระราชา

ท่อนหนึ่งของเพลงร้องว่า Noble kings and princes would bow whenever they came พระราชากับเจ้าชายที่หมายถึงนี้คือผู้นำของประเทศต่างๆที่ต้องโค้งคารวะให้สหรัฐ เมื่อสหรัฐเดินทางมาทำสงครามกับคอมมิวนิสต์ ท่อนนี้อาจสื่อถึงประเทศหลายประเทศในภูมิภาคนี้ที่หลายประเทศในเวลานั้น ยังมีกษัตริย์อยู่

โจรสลัด

Pirate ships would lower their flag when puff roared out his name ในสมัยนั้น(รวมถึงสมัยนี้) โจรสลัดก็ยังชุกชุมอยู่แถบนี้ครับ แต่ทว่าเมื่อเจออเมริกาเข้าไป โจรสลัดพวกนี้ก็หงอยหยองกรอด เพราะสู้ไม่ได้อยู่แล้วกับทหารอาวุธครบมือ

ชีวิต

A dragon lives forever but not so little boys เฮลิคอปเตอร์อยู่ตลอดกาล(เพราะไม่มีชีวิต) แต่เด็กชายจะไม่สามารถอยู่ได้ตลอดกาลเช่นมังกร  ตอนสุดท้ายอเมริกาแพ้สงคราม เด็กชายในที่นี้จะหมายความลึกลงไปอีกถึงจีไอที่ตายทุกวัน ออกทีวีที่แผ่นดินแม่ทุกวัน

เชอร์รี่เลน

เชอร์รี่มีสีแดง คอมมิวนิสต์ก็สีแดง Puff no longer went to play along the cherry lane เจ้ามังกรไม่ได้เข้าไปอยู่ในดงคอมมิวนิสต์อีกแล้ว เพราะว่า แจ๊คกี้ไม่อยู่แล้ว Without his life-long friend, puff could not be brave อเมริกาไม่อยู่ เวียดนามใต้ก็ไม่สู้เหมือนกัน

 

เพลงนี้ออกมาปี 1963 สงครามเวียดนามเริ่มปี 1959 จบปี 1975 ครับ

มีข้อท้วงติงบอกเลยนะครับ จะขอบคุณมากครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Green scales fell like rain.

#1 By PastelSalad on 2008-02-13 23:20

ถ้านั่นเป็น Yellow Scales อาจตีความได้ว่าเป็นฝนเหลืองเลยนะครับนั่น

#2 By -redstar- on 2008-02-13 23:22

นี่คือไม่เครียดใช่ไหมนี่...

1.เรื่องกษัตริย์

1963 ประเทศที่อยู่ใกล้เวียตนาม และยังมีกษัตริย์อยู่ คือ ไทย และ ลาว ส่วนบรูไนเกิดปี 1984

อเมริกาไม่ได้ขึ้นฝั่งเพื่อทำสงครามผ่านทางประเทศไทยลาวนะครับ... เพียงแต่ขอกำลังจากสองประเทศนี้เท่านั้นเท่านั้น

2.Pirate Ships

โจรสลัดในเวียตนามจะพบอยู่ในบริเวณ Halong Bay ซึ่งมีการปราบปรามอย่างจริงจังเมื่อสงครามสงบ โดยรัฐบาลคอมมูนิสต์ของเวียตนามเป็นคนปราบ ทำให้ปัจจุบันอ่าวฮาลองเป็นแหล่งท่องเที่ยว

แต่คิดอีกที ประเด็นนี้อาจจะเป็นการแย่งความดีความชอบก็ได้

3.ชีวิต

ขอท้วงติงว่า หากตีความตามความหมายที่บอก น่าจะหมายถึง แม้อเมริกันจะพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนี้ แต่สงครามระหว่างมวลมนุษย์ทั่วโลกก็จะยังคงดำเนินต่อไป

4.เรื่องของถนนเชอร์รี่

หากให้ตีความตามความหมายที่ว่าเด็กชายคืออเมริกัน และให้ถนนสายนั้นเป็นคอมมิวนิสต์ (ซึ่งตรงนี้อะไรบางอย่างยังค้านอยู่ แต่ผมนึกไม่ออก) และพัฟฟ์ คือสงคราม ผมขอตีความว่า เมื่ออเมริกาถอนกำลังออก สงครามจึงสงบ

ขอบคุณที่จุดประเด็นให้คิดและค้นคว้าในคืนนี้ครับ
แฝงสาระ ^^ Hot!

#4 By ★POSTMODERN★ on 2008-02-13 23:42

ตอบคุณหมอหน่อยครับ
1. ในเวลานั้นกัมพูชาอีกประเทศหนึ่งก็ยังเป็นระบอบกษัตริย์อยู่ครับโดยมีสีหนุเป็นเจ้าชาย หลังจากนั้นโดนเขมรแดงไล่ไปตอนปี 1973 ครับ
2. อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันครับ ทราบแต่ว่ามีโจรสลัด
3. ผมแอบเห็นตรงนี้ว่ามันเป็น boys หนะครับ จึงเลยเถิดไปถึงเรื่องจีไอ
ความหมายอย่างที่คุณหมอพูดก็เข้าใจได้ครับ
4. ความจริงแล้วเชอร์รี่เลนอาจจะหมายถึง Ho Chi Minh Trail ก็ได้นะหากตีความเป็นรูปธรรมมากกว่านี้

ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ

#5 By -redstar- on 2008-02-14 00:18

เขินอย่างหนัก.... ไม่เคยรู้เลยว่าแอบมีนัยยะ wink... รู้แต่เพลงน่ารักดี แอบคิดไปว่าเออ...เนื้อมันเหมือนนิทานดีเนาะ big smile
.
.
ว๊ายยย.....โง่นี่sad smile

#6 By ArchmaniaC on 2008-02-14 08:57

ขอแสดงความเห็นตามหัวข้อ (บางประเด็น)ดังต่อไปนี้ครับ

เวลา

เมื่อพิจารณาช่วงเวลาที่เพลงนี้ถูกเขียนออกมา การดยงเข้ากับสงครามเวียดนามเป้นสิ่งที่เป็นไปได้อย่างยิ่ง ทั้งนี้ศิลปินมากมายได้ใช้งานของตนสื่อความต้องการแอนตี้สงครามออกมา

มังกร

"มังกร" ในทางการเมือง เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน และในสายตาของโลกประชาธิปไตย จีนเป็นพี่เบิ้มของโลกคอมมิวนิสม์ อย่างไรก็ตาม ในเชิง metonymy (นามนัย - การแทนที่ด้วยความต่อเนื่อง) การใช้สัญลักษณ์ "มังกร" (จีน) เพื่อ link กับเวียดนาม ผมคิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้

พระราชา

ถ้าจะมีกลุ่มชนชั้นใดแอนตี้คอมมิวนิสม์อย่างเอาเป็นเอาตาย หนึ่งในนั้นก็ต้องเป็นกลุ่มศักดินานั่นแหละ การที่ศักดินาจะสวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดินิยม(อเมริกัน)ฬนฐานะพี่เบิ้มของการแอนตี้คอมฯ จึงเป็นการตีความที่ฟังขึ้นมากๆ (ปล. พรรคคอมมิวนิสม์แห่งประเทศไทยจึงวิเคราะห์ไว้ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศ "กึ่งเมืองขึ้นกึ่งศักดินา")

ขอจบด้วยความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับท่าทีของประเทศไทยกับสงครามเวียดนามสักเล็กน้อย

การที่ไทย "กลัวคอมฯจนขี้หดตดหาย" ถึงขนาดที่สยบยอมให้อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศเพื่อไปบอมบ์เพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ผมคิดว่าเป็นอะไรบางอย่างที่น่ารังเกียจและไร้มนุษยธรรมยิ่ง

#7 By Art VS. Ying on 2008-02-14 14:34

เข้ามาอ่านอย่างเดียวเลย
สนุกดี ^-^
พึ่งเคยฟังค่ะ
ช่างลึกซึ้ง

open-mounthed smile

#9 By Miss Moo~Mee on 2008-02-15 00:27

โห ที่ผ่านมา ไม่เคยรู้เรยนะเนี่ย sad smile

#10 By nanak on 2008-02-15 12:47